กาญจนิกา

Kan Chani Ka

กาญจนิกา เป็น ไม้ต้นขนาด เล็ก สูงได้ประมาณ 20 ม. ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ยาว 17-35 ซม. ใบย่อยเรียงตรงข้าม มี 5-10 คู่ รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ยาว 5-7 ซม. ปลายใบแหลม โคนมนหรือกลม เบี้ยว ขอบใบเกือบเรียบ ก้านใบย่อยยาว 1-5 มม. ใบปลายยาวกว่านี้

ดอกกาญจนิกา ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงตามปลายกิ่ง ยาว 20-35 ซม. กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดยาว 1.5-2 ซม. มีต่อมกระจาย ปลายจักตื้นๆ 5 จัก ไม่เท่ากัน หลอดกลีบดอกตรง บานออกตอนปลายรูปลำโพงแคบ แยกเป็น 5 แฉก ยาว 4.5-5.5 ซม. รวมหลอดกลีบ เกสรเพศผู้ 4 อัน สั้น 2 อัน ยาว 2 อัน ติดภายในหลอดกลีบดอก ที่จุดติดมีขนยาว รังไข่ 2 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียรูปเส้นด้าย ยอดเกสรแยก 2 พู

ผลกาญจนิกา ฝักรูปขอบขนาน ยาว 10-16 ซม. มีต่อมหนาแน่น ผนังกั้นกว้าง 2.5-3 ซม. เมล็ดยาวประมาณ 2.5 ซม. รวมปีก

กาญจนิกา พืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ที่อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นบนเขาหินปูนที่แห้งแล้ง หรือใกล้ชายทะเล ความสูงถึงประมาณ 200 เมตร

ชื่อวิทยาศาสตร์ (ชื่อพฤกษศาสตร์)
= Santisukia pagetii (Craib) Brummitt

วงศ์ Bignoniaceae

ชื่ออื่น: กาญจนิการ์, แคขาว (กรุงเทพฯ); ลั่นทมขาว (กาญจนบุรี)

ชื่อสกุล “Santisukia” ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย สันติสุข นักพฤกษศาสตร์ของไทย ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Kew Bulletin เล่ม ที่ 47 หน้า 436 ปีค.ศ. 1992 โดย ดร. R.K. Brummitt นักพฤกษศาสตร์ประจำสวนพฤกษศาสตร์คิว ประเทศอังกฤษ สกุล Santisukia เดิมชื่อ Barnettia แต่ไปซ้ำกับชื่อสกุลของพวกเห็ดราจึงได้รับการตั้งชื่อใหม่ Santisukia pagetii (Craib) Brummitt เดิมชื่อ Radermachera pagetii Craib และ Barnettia pagetii (Craib) Santisuk

อ้างอิงที่มา:
*ข้อมูลและภาพ: สำนักงานหอพรรณไม้
(*ภาพ: ราชันย์ ภู่มา-เขาหลวง กำแพงเพชร)
*ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อสังคม เพื่อคนไทย โดยอ้างอิงแหล่งที่มา และ ไม่ใช่เพื่อการค้า

เอกสารอ้างอิง:
Santisuk, T. (1987). Bignoniaceae (Barnettia pagetii). In Flora of Thailand Vol. 5(1): 57-60.

We rely on cookies to provide our services. By using our services, you agree to our use of cookies.