โมกเขา

Mok Khao

โมกเขา เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย ที่พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น พบขึ้นตามบริเวณเขาหินปูนเตี้ยๆ ในเขตภาคกลางตอนล่าง และพบในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มีข้อมูลบอกไว้ว่า หมอคาร์ สำรวจพบครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2469 จากเขาหินปูนในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจอบคีรีขันธ์ ที่ระดับความสูง 50 เมตร และมีการบรรยายตั้งชื่อเป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ ในปี พ.ศ.2480 บางคนจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "โมกสามร้อยยอด"

โมกเขา เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งอ่อนมีขนละเอียด กิ่งแก่เกลี้ยงมีช่องอากาศ ใบรูปไข่ รูปใบหอกหรือแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบแหลมหรือกลม แผ่นใบมีขนละเอียด

ดอกโมกเขา ดอกโมกเขา กลีบรูปขอบขนาน มี 5 กลีบ กะบังชั้นเดียว แนบติดกลีบดอก ดอกสีส้มอมชมพู ดอกบานตั้งหงายขึ้น ดอกมีสีสันสดใสสวยงาม มองเห็นได้ชัดเจน สะดุดตามากครับ ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทยอยออกดอกเป็นช่วงๆ ได้เกือบตลอดปี ดอกโมกเขา อาจมีลักษณะรูปร่างคล้ายคลึงกับ "โมกสยาม" แต่มีกลีบดอกกว้างกว่า ดอกสีเข้มกว่า และมีลําต้นใหญ่กว่า ส่วนลักษณะของใบและฝักจะคล้ายคลึงกัน

ผลเป็นฝักคู่แยกกัน รูปกระสวย มีขนละเอียดกระจาย ไม่มีช่องอากาศ

โมกเขา เป็นโมกป่าอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมาก โขดต้นสวยงามมาก จะปลูกเลี้ยงเป็นบอนไซ โชว์โขดก็สวยงาม หรือ จะปลูกไว้ดูดอก ไว้ชื่นชมดมกลิ่นก็ได้ ปลูกเลี้ยงง่าย โตช้า ปลูกเลี้ยงในกระถางได้นาน ทนแล้งได้ดี เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของไทย ที่อาศัยอยู่ตามเขาหินปูนชายทะเล โมกเขาจึงสามารถ ทนแล้งได้ดี และทนไอเกลือจากทะลได้ ชอบแสงแดดจัดกลางแจ้งเต็มวัน หากได้รับแสงแดด, น้ำ,ปุ๋ย อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ จะช่วยให้เจริญเติบโตเร็ว สมบูรณ์สวยงาม และทยอยออกดอกได้เรื่อยๆ แทบเกือบตลอดทั้งปีเลยครับ น่าเก็บสะสมมากครับ

ชื่อวิทยาศาสตร์ (ชื่อพฤกษศาสตร์)
= Wrightia lanceolata Kerr

วงศ์ Apocynaceae

อ้างอิงที่มา:
*ข้อมูลและภาพ: ลุงกุ๋ย @MyDokHome
*ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อสังคม เพื่อคนไทย โดยอ้างอิงแหล่งที่มา และ ไม่ใช่เพื่อการค้า

We rely on cookies to provide our services. By using our services, you agree to our use of cookies.