จมูกปลาหลด

Chamuk Pla Lot

จมูกปลาหลด เป็น ไม้เถาล้มลุก น้ำยางสีขาว ใบเรียงตรงข้าม รูปแถบ ยาว 5-12 ซม. ปลายแหลม โคนกลม มีเส้นขอบใน ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ช่อดอกคล้ายช่อกระจะหรือซี่ร่ม ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 20 ซม. มี 2-6 ดอกในแต่ละช่อ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขอบขนาน ยาว 3-4 มม. มีต่อมที่โคนด้านใน

ดอกจมูกปลาหลด ดอกสีขาวอมชมพู มีเส้นสีม่วงเข้มด้านใน กลีบเรียงทับด้านขวาในตาดอก ดอกบานรูปถ้วยกว้าง มี 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยมกว้าง ยาว 1-1.5 ซม. ขอบมีขนครุย กะบังวงนอกแนบติดโคนกลีบดอก มีขนสั้นนุ่ม กะบังวงในแนบติดเส้าเกสร เกลี้ยง ปลายเรียวจรดกัน ยาวได้ถึง 1 ซม. เกสรเพศผู้ 5 อัน เชื่อมติดกันเป็นเส้าเกสรสั้น ๆ มี 2 คาร์เพล แยกกัน

ผลจมูกปลาหลด ผลแตกแนวเดียว ส่วนมากเจริญเพียงผลเดียว รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 5 ซม. เมล็ดจำนวนมาก ขนาดเล็ก กระจุกขนยาว 1.5-2 ซม.

จมูกปลาหลด พบในแอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นเป็นวัชพืชตามที่โล่ง ยางมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะ น้ำสกัดจากส่วนต่าง ๆ แก้เจ็บคอ ผลรับประทานได้

ชื่อวิทยาศาสตร์ (ชื่อพฤกษศาสตร์)
= Oxystelma esculentum (L. f.) Sm.

วงศ์ Apocynaceae

สกุล Oxystelma R. Br. อยู่ภายใต้วงศ์ย่อย Asclepiadoideae มี 2 ชนิด พบในแอฟริกาและเอเชีย แยกเป็น var. alpini N. E. Br. พบในอียิปต์

ชื่อพ้อง: Periploca esculenta L.f., Oxystelma secamone (L.) Karst., Sarcostemma secamone (L.) Bennet

ชื่อสามัญ: Jaldudhi

ชื่ออื่น: จมูกปลาหลด (ภาคกลาง); จมูกปลาไหลดง (เพชรบูรณ์); ตะมูกปลาไหล (นครราชสีมา); ผักไหม (เชียงใหม่); สะอึก (ภาคกลาง)

คำระบุชื่อสกุลมาจากภาษากรีก "oxys" แหลม และ "stelmatos" เชื่อมติดกัน ตามลักษณะของกะบัง

อ้างอิงที่มา:
*ข้อมูลและภาพ: สำนักงานหอพรรณไม้
(*ภาพ: ราชันย์ ภู่มา)
*ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อสังคม เพื่อคนไทย โดยอ้างอิงแหล่งที่มา และ ไม่ใช่เพื่อการค้า

เอกสารอ้างอิง:
Li, B., M.G. Gilbert and W.D, Stevens. (1995). Asclepiadaceae. In Flora of China Vol. 16: 202.

We rely on cookies to provide our services. By using our services, you agree to our use of cookies.