โคลงเคลง

Khlong Khleng

โคลงเคลง เป็น ไม้พุ่ม อาจสูงได้ถึง 6 ม. กิ่งเป็นเหลี่ยม มีเกล็ดคล้ายขนแบนราบหนาแน่นตามกิ่ง ใบประดับ และฐานดอกรูปถ้วย ใบรูปใบหอก ยาว 4-14 ซม. เส้นโคนใบข้างละ 1-2 เส้น แผ่นใบมีขนแข็งเอนหนาแน่นทางด้านล่าง ก้านใบยาว 0.5-2 ซม.

ดอกโคลงเคลง ช่อดอกมี 3-7 ดอก ออกที่ปลายกิ่งใหม่ ๆ ใบประดับยาวได้ถึง 2 ซม. ฐานดอกยาว 0.5-1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาว 0.5-1.3 ซม. ปลายเรียวแหลม กลีบดอกรูปไข่กลับ ยาว 2.5-4 ซม. อับเรณูวงนอกยาว 0.7-1.4 ซม. รยางค์ยาว 0.4-1 ซม. วงในอับเรณูและรยางค์สั้นกว่า รังไข่ปลายมีขนแข็ง

ผลโคลงเคลง ผลรูปคนโท ยาวได้ถึง 1.5 ซม. แตกอ้าเปิดออก ผลแก่เนื้อในสีม่วง

โคลงเคลง พบที่อินเดีย เนปาล จีนตอนใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชาย ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร มีความผันแปรสูง แยกเป็น subsp. normale (D. Don) Karst. Mey. กิ่งและแผ่นใบด้านล่างมีขนยาว พบที่อินเดีย เนปาล จีนตอนใต้ พม่า เวียดนาม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ใบใช้ประคบแผลไฟไหม้

ชื่อวิทยาศาสตร์ (ชื่อพฤกษศาสตร์)
= Melastoma malabathricum L.

วงศ์ Melastomataceae

ชื่อสามัญ: Indian Rhododendron, Malabar melastome

ชื่ออื่น: subsp. malabathricum: กะดูดุ, กาดูโด๊ะ (มาเลย์-ปัตตานี, สตูล); โคลงเคลง, โคลงเคลงขี้นก, โคลงเคลงขี้หมา (ตราด); ซิซะโพ๊ะ (กะเหรียง-กาญจนบุรี); ตะลาเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); เบร์, มะเหร, มังเคร่, มังเร้ (ภาคใต้); มายะ (ชอง-ตราด); สาเร, สำเร (ภาคใต้); อ้า, อ้าหลวง (ภาคเหนือ) subsp. normale (D. Don) K. Meyer: กะช้างลิ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ขันก๋าง (เพชรบูรณ์); จุกนารี (กรุงเทพฯ); ซอลาเปล (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่); ปอฮี้แท้ (กะเหรียง-แม่ฮ่องสอน); อ้า, อ้าหลวง (ภาคเหนือ); อี้สี่ (มูเซอ-เชียงใหม่)

สกุล Melastoma มี 22 ชนิด พบในเอเชีย ในไทยมี 8 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “melas” สีดำ และ “stoma” ปาก หมายถึงผลของพืชสกุลนี้บางชนิดทำให้ปากดำเมื่อกินเข้าไป

อ้างอิงที่มา:
*ข้อมูลและภาพ: สำนักงานหอพรรณไม้
*ใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อสังคม เพื่อคนไทย โดยอ้างอิงแหล่งที่มา และ ไม่ใช่เพื่อการค้า

We rely on cookies to provide our services. By using our services, you agree to our use of cookies.